SwitzDiary ตอนที่ 7 :: บ่มชีส

posted on 02 Aug 2009 13:47 by bnanacupcake

คราวนี้จะพาไปดูโรงงานชีส Gruyère แหละ ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องชีสมากเลย ถ้าใครชอบกินชีสน่าจะรู้

วันนั้นหมอกหนามาก รูปนี้ถ่ายตอนเช้านะเนี่ย

ที่นี่แหละๆ

เห็นสายสีน้ำเงินตรงข้างซ้ายมะ อันนั้นคือท่อที่เค้าใช้ดูดนมวัวที่เอามาส่งเข้าโรงงาน

ตอนแรกต้องเอานมไปปั่น แล้วมันจะแยกตัว มีส่วนที่เป็นน้ำกับเป็นเนื้อ ก็เอาส่วนที่เป็นเนื้อมาใส่แม่พิมพ์

ดูเหมือนจะเป็นชีสแล้วใช่มะ แต่หนทางอีกยาวไกล

ขั้นตอนนี้เค้าเอาชีสมาแช่น้ำเกลือ เพิ่มรสชาติใส้ชีสแล้วทำให้ขอบข้างนอกแข็งๆด้วย

แล้วก็เดินสงไปใต้ดินกัน เป็นห้องบ่มชีส

ห้องใหญ่มากกกๆ มีอย่างที่เห็นในรูปเป็นหลายสิบแถวได้ แล้วแต่ละแถวก็สู๊งสูง

อยากบอกว่าตอนลงไปทีแรกจะตายให้ได้ นึกนะ มันเป็นนมหมักอะ กลิ่นนี่แบบ... อื้มมม

15 องศา

เครื่องนี้เอาไว้หยิบชีสทีละก้อน เอามาทาน้ำเกลือ พลิกด้าน แล้ววางกลับที่เดิม ทำอย่างนี้ทุกวัน

ต้องบ่มไว้หลายเดือนเลยแหละ กว่าจะกินได้ 

แล้วก็เดินออกจากตรงนั้นเลี้ยวหัวมุมไปนิดนึง

แล้วก็ถึงเวลาที่รอคอย ชิมมมมมม

อันขนาดกลาง 1 เดือน ชิ้นเล็ก 2 เดือน ชิ้นใหญ่ 5 เดือน สำหรับเรา 5 เดือนอร่อยสุด เหมือนยิ่งใหม่มันยิ่งกลิ่นแรงอะ เรา... ไม่ไหว

แหม กินชิสทั้งที ก็ต้องมีไวน์ 555+ เราก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก เค้าถามว่าใครเอามั่งเราก็เอาด้วย มีถามอายุด้วยนะ เราก็บอก 17 ก็จะกินอะ ใครจะทำไม แล้วพอเรากินไปได้หน่อยนึง ยังเอามาเติมให้เราอีกแหนะ 

อยากบอกว่ามันแปลกมากเลย เหมือนชีสก็ฉุนๆ ไวน์ก็ซ่าๆ กินเข้าไปด้วยกันแล้วก็ไงไม่รู้ แต่พอมันไปอยู่ในท้องแล้วรู้สึกว่ามันเป็นการผสมกันที่ดีนะ อันนี้ก็บอกไม่ถูก

 

ตรงนั้นเป็นร้าน แต่เราไม่ได้ซื้อมา เพราะที่บ้านไม่มีคงนิยมเท่าไร 

มีอย่างอื่นขายด้วย วัวน่ารักเนอะ ^^

 

 

 

edit @ 14 Aug 2009 21:02:21 by bnanacupcake

 

ไม่เคยรู้นะเนี่ยว่าพออยู่ ม.6 แล้วมันจะไม่เหมือนอยู่ ม.5 มากขนาดนี้

รู้สึกโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น... ที่จริงก็ไม่เชิง 

รู้สึกว่าต้องโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น อย่างนี้ดีกว่า

 

แต่ตอน ม.5 เรารู้สึกมีความสุขมากกว่านี้ มันเครียดน้อยกว่า

 

ในที่สุดหลังการถกเถียง หารือ พูดคุย เสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิจารณ์ และอื่นๆ

เราก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าเราจะเรียนหมอ 

คราวนี้ไม่มีข้อสงสัยอะไรแล้ว เราไม่ไหวแล้วแหละ จะมาสงสัยอะไรมากมาย

คิดมากบั่นทอนสุขภาพจิต อันนี้คอนเฟิร์ม

วันนี้เค้ารับสมัครแล้ว เราต้องเลือก 4 อันดับ 

หัวข้อนี้ก็ได้ผ่านการถกเถียง หารือ พูดคุย เสวนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิจารณ์ และอื่นๆ มาแล้วเช่นกัน

เราจะเลือก จุฬา อันดับ 1 แล้ว ศิริราช อันดับ 2 

ที่จริงเมื่อก่อนเราไม่เคยคิดว่าหมอจุฬาจะมาเป็นตัวเลือกเลย แบบว่า หมอก็ต้องศิริราชสิ

แต่พออยู่ ม.6 โอ่ว กระแสมันแรง เฮไปกะเค้าหน่อย

 

มันก็ต้องมีแผนสำรองใช่มะ ก็ใช่ว่าทุกคนที่ไปสอบจะติด 

ถ้าเราหลุดสองอันดับแรกก็คงไม่เรียนหมอแล้วแหละ 

คงไปเรียนนิติฯ

 

แปลกมะ เหมือนมันไม่เกี่ยวกัน แต่ถามเราตอนนี้เราว่าไม่เห็นต้องเกี่ยวกันเลย

ใครๆก็จะบอกว่า ชอบอะไรก็เรียนอันนั้น 

ปัญหาก็คือ ไม่รู้ว่าชอบอะไร 

จริงๆเหอะ มันต้องชอบด้วยหรอ เราว่าเอาประมาณว่าเรียนได้ก็เรียนได้นั่นแหละ

ไม่รังเกียจกันเข้าไส้ก็เรียนได้ทั้งนั้นแหละ 

เราคิดถึงเรื่องอาชีพในอนาคตมากกว่า

 

อ่อ มาพูดเรื่อง title คราวนี้ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ก็ตอนนั่งเรียนฟิสิกส์เมื่อวันพุธ เีรียนไงไม่รู้ แต่ในหัวอะไปไกลแล้ว

เราก็มาคิดว่า เฮ้ย รู้สึกแปลกจังเลย ถ้าคิดว่าอีกไม่กี่ปีเราจะเป็นหมอ

เหมือนอยู่ๆเราก็มีป้ายแปะสถานะติดตัวเอาไว้ มันแปลกจริงๆนะ

เหมือนที่ผ่านมา เราก็เป็นอย่างนี้อะ ไปเรื่อยไม่ได้คิดอะไรมาก 

แล้ววันนึง เราจะเป็นหมอ ว้าว

 

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เราอายุ 7 ขวบ ทำอะไรอยู่อะ อ่อ ป.2 กระโดดยาง 

แล้วก็เขียนหนังสือเอียงไปข้างหน้ามากมาย และยังอ่าน สงวน ว่า สง-วน

ปัจจุบัน ก็เป็นอย่างที่เห็นๆ

อีก 10 ปีข้างหน้า (ในอุดมคติ) เราจะกำลังเรียนต่อเฉพาะทางอยู่ เป็นหมอแล้ว

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกดี

 

แล้วถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน อีก 1 ปีข้างหน้าเราก็คงมาบล็อกในฐานะนักเรียนแพทย์ปี 1

อะไรจะขนาดนั้น

 

 

โปรแกรมของ Les Elfes จะยาวสองสัปดาห์ สัปดาห์แรกจะเป็นสกี พูดกี่ทีก็อยากเล่นอีก

แล้วอีกสัปดาห์ที่เหลือจะเป็นการเที่ยวแล้วก็ไปเล่นอะไรแปลกๆ

 

อย่างกระโดดสะพานเป็นต้น

...

เค้าเรียกว่า bridge swinging มีเขียนไว้ในตารางกิจกรรม เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร เล่าแล้วจะขำ ตอนแรกเราคิดว่ามันเป็นชิงช้าขนาดใหญ่อยู่ใต้สะพาน แล้วให้เด็กหลายๆคนไปยืนสองข้าง  แล้วแกว่งไปมา เหมือนไวกิ้งทีดรีมเวิลด์โดยไม่มีระบบไฟฟ้าขัยเคลื่อน...

ก็บอกแล้วว่ามันขำ

เพราะจริงๆมันไม่ใช่

นี่คือสะพานนั้นแหละ

แล้วก็ลงไปข้างล่าง

bridge swinging มันคล้ายบันจี้จัมพ์อะ แต่ไม่ได้ทิ้งดิ่ง (อย่างกับทำข้อสอบแหนะ) แค่แกว่งไปมา แล้วก็ไม่ได้ผูกที่เท้า ผูกที่เอว

มองลงไปข้างล่างเป็นงี๊ น่าเสียดายที่เราถ่ายภาพความลึกได้ไม่ค่อยดี มันน่าหวาดเสียวมากเลย

กำลังจะลงไปแล้ว หน้าตาไม่ค่อยกลัวเลย 55+

คนข้างหน้าเราชื่อ วามา มาจากอินเดีย อายุ 13 เอง เคยมาค่าย Les Elfes แล้วครั้งนึง แล้วก็เคย bridge swinging แล้ว  แต่เค้าก็กลัวอยู่ดี

ก่อนถึงคิวตัวเองกระโดด เรารู้สึกเฉยๆมากเลย โอเค ธรรมดา แต่พอไปยืนตรงขอบ มองลงไป มองสลิงที่ผูกอยู่กับเอว แล้วพอเค้าปล่อยสลิงให้เรากระโดดได้ นึกภาพออกมะ เชือกมันก็ดึงตัวเราไปข้างหน้านิดนึง 

 

กรี๊ดเลยยยยย

 

มาพูดถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าเลือดไม่ไหลไปเลี้ยงที่ขา มันตื่นเต้นมากกก

 

แล้วเราก็กระโดด!!!

ตอนแรกสุด มัน... โหวงเลย แบบ free fall ตกอิสระ มัน ... วืด ไม่มีอะไรในหัวเลย มันไม่มีความคิดทั้งสิ้น มีแต่ความรู้สึก บรรยายยาก น่าจะเป็นกลัว - -* ตอนนั้น emergency hormone คงหลั่งกันสนุกสนาน

แล้วพอเชือกมันกระตุกเราให้เคลื่อนที่แบบ simple harmonic เราก็ดีขึ้น

ภาพนี้คือตอนกระโดดสัปดาห์ที่สี่ที่เราไป เป็นการกระโดดครั้งที่สอง ภาพครั้งแรกเราเกาะสลิงไม่ปล่อยเลย แหะๆ

 

ครั้งแรกนัทเล่นไปสองรอบ!!! ทำได้ ส่วนครั้งที่สอง นัทไม่ได้ค่อยๆกระโดด แต่วิ่งแล้วกระโดดออกไปเลย !!!!! ทำได้ไงอะ...!!

 

ดีมากเลยที่เราได้มีโอกาสไปเล่นอย่างนี้ เพราะถ้าเราไม่ได้ไปเที่ยวครั้งนี้อยู่ดีๆเราคงไม่คิดจะไปกระโดดสะพานหรอก เป็นประสบการณ์ที่สุดยอดอีกอย่างนึง

 

วันนี้ตอนนั่งรอสอบอ่านภาษาอังกฤษตอนหลังเลิกเรียน เพื่อนถามว่าที่ไปเที่ยวมาเป็นไง โห.. เราแบบ ไม่รู้จะว่ายังไง ก็บอกไปว่า ดีมากๆ รู้สึกจะพูดคำนี้ไปหลายครั้งเลย แล้วตอนนั่งรถกลับบ้าน เราก็มาคิด เออ มันเป็นเดือนที่ดีมากๆในชีวิตเราเลย ขนาดนั้นเลย มันสนุก มันสบายใจ มันไม่ต้องคิดอะไร เหมือนได้หนีไปจากทุกสิ่ง ไม่เชิงหนี แค่หลบไปพักผ่อน

แล้วก็กลับมาลุยต่ออยู่นี่ไง


อยากกลับไปอีก